สุขภาพ

สมุนไพรจีนรักษามะเร็ง

          การทำคีโมถือเป็นวิธีการหนึ่งในการรักษามะเร็ง แต่ก็ยังมีอีกหลากหลายวิธีที่สามารถรักษาหรือต้านโรคมะเร็งได้ โดยสมุนไพรจะเป็นสมุนไพรจีน โดยมีสรรพคุณที่สามารถช่วยรักษาและต้านมะเร็ง ทั้งนี้ต้องควบคู่กับการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการลุกลามหรือการเกิดโรคแทรกซ้อน โดยสมุนไพรจีนที่สามารถรักษามะเร็งได้ มีดังนี้ โสม เป็นสมุนไพรจีนที่มีชื่อเสียงมาก โดยสรรพคุณที่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกสิ่งแปลกปลอมทำให้เซลล์เจริญเติบโตผิดปกติมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งสามารถยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรที่มีรสหวานสามารถแก้อาการอ่อนเพลียสามารถป้องกันโรคตับอักเสบและขับสารพิษออกจากร่างกาย และสามารถป้องกันมะเร็งได้ เห็ดหอม มีสารเลนติแนนและสารริทาดินีนที่สามารถช่วยต้านเซลล์มะเร็งได้โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้และมะเร็งในกระเพาะอาหาร ถั่งเฉ้า เป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง สามารถช่วยบำรุงร่างกาย และทำให้อวัยวะต่างๆร่างกายปรับสมดุลให้ร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น แปะฮวยจั่วจิเช่า เป็นชื่อสมุนไพรจีนจำพวกหญ้า มีรสเผ็ดขมอ่อนๆ มีสรรพคุณในการดับร้อนใน ดับพิษ ทำให้เลือดลำไส้เย็นและสามารถลดอาการอักเสบ ป้องกันมะเร็ง แต่ผู้ที่ธาตุไฟอ่อนห้ามรับประทาน เก๊กฮวย เป็นสมุนไพรสำหรับต้มดื่มและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีสรรพคุณที่ช่วยยับยั้งและต่อต้านเซลล์มะเร็ง พั๊วกีไน้ เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาถ่ายและถอนพิษและมีสรรพคุณเด่นในการแก้โรคมะเร็ง สามารถนำมาต้มกินแทนน้ำจะช่วยทำให้อาการดีขึ้น ผลหม่อน ปัจจุบันผลหม่อนสามารถรับประทานกันได้ง่ายเพราะเหมือนเป็นผลไม้ทั่วไปมีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายในส่วนต่างๆและยังมีส่วนช่วยต้านมะเร็ง caherbal.com

สุขภาพ

กระเทียมอาหารต้านมะเร็งชั้นหนึ่ง

               กระเทียม ชื่อวิทยาศาสตร์ (Allium sativum) เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์และสรรพคุณมากมายทั้งยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะมีอยู่ในทุกครัวของทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็นครัวไทย จีน ฝรั่ง หรือญี่ปุ่น โดยกระเทียมเป็นอาหารที่มีการกล่าวถึงประโยชน์ด้านสุขภาพมากกว่าอาหารชนิดอื่น โดยมีเหตุผลสนับสนุนหลายข้อ ได้แก่ คุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค รักษาโรคทางเดินหายใจ ส่งเสริมสุขภาพด้านหัวใจ และสามารถต้านมะเร็งบางชนิดได้                 กระเทียมประกอบด้วยสารอัลลิซินที่สามารถช่วยยับยั้งการสร้างน้ำตาลกลูโคสจากตับ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง สารอัลลิซิน ประกอบด้วย อัลลิอินและเอนไซม์อัลลิเนส สารทั้ง 2 จะรวมกันเมื่อมีการหั่น ทุบ บด ตัด หรือเคี้ยว จากนั้นสารทั้ง 2 จะรวมตัวกันเป็นสารอัลลิซินที่มีประดยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นก่อนนำกระเทียมไปใช้ประกอบอาหารจะต้องสับ บด ทุบ กระเทียมทิ้งไว้ 5-10 นาทีก่อนทำอาหาร โดยสารอัลลิซินมีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดีจึงจะไม่สลายไปเมื่อโดนความร้อนสูง จากงานศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่ากระเทียมนอกจากจะรักษาโรคทางเดินหายใจ รักษาการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ไข้หวัด ฯลฯ กระเทียมยังช่วยลดคลอเลสเตอรอลและความดันเลือด อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากและต้านมะเร็งชนิดอื่นๆได้อีกด้วย เนื่องจากสารประกอบของกำมะถันในกระเทียมสามารถยับยั้งป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร… Read More กระเทียมอาหารต้านมะเร็งชั้นหนึ่ง

สุขภาพ

รักษาสุขภาพให้แข็งแรงสำหรับผู้สูงอายุ

               สำหรับผู้สูงอายุเป็นวัยที่ร่วงโรยทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป ร่างกายและสุขภาพของร่างกายก็เวื่อมสภาพทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคภัยไข้เจ็บหลายโรคพร้อมๆกันในระยะเวลาอันสั้นซึ่งมีความแตกต่างจากวัยหนุ่มสาวที่ยังคงมีการเสริมสร้าง บำรุงและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงกว่า ฉะนั้นผู้สูงอายุจะต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองอย่างสม่ำเสมอโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้                 ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 สัปดาห์ การออกกำลังกายเป็นประจำไม่ใช่เพียงแค่เด็ก วัยรุ่นหรือคนหนุ่มสาวเท่านั้นที่ควรรักษาสุภาพผู้สูงอายุก็มีความจำเป็นที่ต้องออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์เพราะการออกกำลังกายทำให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนส่วนต่างๆของร่างกายทำให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งานครบทุกส่วน แม้การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงเกิดบัติเหตุในระหว่างการอกกำลังกายไดด้ง่ายยกว่าทุกวัย แต่ถ้าหากการออกกำลังกายที่ถูกวิธีโดยการวอร์มอัพเพิ่มความอบอุ่น ยืนหยุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายและการวอร์มอัพหลังจากออกกำลังกายเสร็จทุกครั้งเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ต้องออกแรงออกกำลังกายประมาณ 10-15 นาทีก็จะสามารถลดโอกาสเสีนงในการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดในระหว่างการออกกำลังกาย                 บริโภคอาหารที่มีเส้นใยและมีประโยชน์ ในวัยสูงอายุจะมีระบบย่อยอาหาร ดูดซึมและนำไปใช้ในร่างกายน้อยกว่าคนวัยอื่นๆจึงต้องใส่ใจเกี่ยวกับความสามารถในการดูดซึมสารอาหารที่ทานเข้าไปด้วยการบริโภคอาหารในการสร้างการดูดซึมและซ่อมแซมระบบย่อยอาหารให้เป็นปกติอาหารที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ควรเลือกบริโภคก็คืออาหารประเภทธัญพืช ผักใบเขียวและผลไม้ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถย่อยสลายอาหารและนำไปใช้ในส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว                 หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นความเครียด สำหรับผู้สูงอายุแม้ว่าจะผ่านโลกมามากใช้ชีวิตหลากหลายรูปแบบทั้งผิดและถูก สามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆได้มากมายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุจะไม่เครียด จะทำให้สงผลกระทบต่อสุขภาพผู้สูงอายุเป็ฯอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ การเงิน การใช้ชีวิตสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้สุขภาพของผู้สูงอายุแย่ลงเป็นอย่างมาก เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็ควรจะต้องรู้จักหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด ไม่ว่าความเครียดจะมากหรือน้อยหากขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปในชีวิตได้จะดีที่สุด

สุขภาพ

ดูแลผิวไม่ให้เป็นฝ้า

หลายคนมักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องฝ้า  โดยพาะคนที่ออกแดดหรือมีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ เมื่อใบหนาเกิดฝ้าจะทำให้ผิวหน้าดำและไม่สวยทำให้สาวๆแต่งหน้าได้ยาก จึงต้องทำให้เราต้องดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฝ้าบนใบหน้า โดยการดูแลผิวไม่ให้เกิดฝ้า สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดหรือออกไปโดนแดดในช่วงเวลา 10.00-15.00 เนื่องจากแดดช่วงดังกล่าวจะมีความอันตรายมาก แต่ถ้าจำเป็นต้องโดนแดดควรทาครีมกันแดดที่มีค่า spf ค่อนข้างสูง โดยมีค่า spf มากกว่า 15 เป็นต้นไป หรืออาจจะเพิ่มเติมด้วยการกางร่ม สวมหมวกอย่างสม่ำเสมอ รักษาด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การใช้หัวผักกาดโดยเฉือนเป็นแว่นๆบางๆ ถูบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 5 นาที โดยทำต่อเนื่องเป็นเวลา 10 วัน ฝ้าก็จะค่อยๆจางหายไป นำไข่ขาวดิบ นำมาพอกที่เป็นฝ้าโดยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก ไข่ขาวจะทำหน้าที่ดูดสิ่งสกปรกออกไป ใช้ว่านหางจระเข้ โดยใช้เมือกของว่านหางจระเข้ทาโดยไม่ต้องล้างออก ทำประจำทุกวันเช้าและก่อนนอน ใช้ครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมของยาที่สามารถรักษาฝ้า เพื่อทำให้ฝ้าหลุดลอกออกไปและจะค่อยๆจางลง เมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการรบกวนผิว เมื่อผิวเกิดการอักเสบ จะกระตุ้นการเกิดสร้างเม็ดสีออกมามากผิดปกติ หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ หรือขัดถูผิวรุนแรง เลี่ยงการจับผิวหน้าโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี โดยจะสังเกตได้ว่ากระและฝ้าสีเข้มขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน หรือหลังตั้งครรภ์ได้ 4-5 เดือน จะเกิดสภาวะผิวหมอง และเป็นฝ้า… Read More ดูแลผิวไม่ให้เป็นฝ้า

สุขภาพ

หยุด ทำร้ายสุขภาพผิว ด้วยสิ่งเหล่านี้

เชื่อว่าสาวๆ ส่วนใหญ่คงไม่มีใครอยากทำร้ายสุขภาพและผิวอันสวยงามของต้วเองแน่นอน แต่ในทางกลับกันหากคุณดูแลสุขภาพผิวอย่างผิดวิธี คุณอาจจะกลายเป็นผู้ที่ทำร้ายผิวของตนเองแทนโดยที่ไม่รู้ตัว ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือการทำความรู้จักกับผิวของเราเองให้ดีที่สุด ว่าผิวของเรานั้นมีปัญหาตรงส่วนไหนและมีปัญหาในด้านใด รวมทั้งควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อนำมาดูแลแก้ไขกับผิวของเราได้อย่างถูกต้อง และหยุด บางสิ่งบางอย่างที่ส่งผลเสียกับผิวด้วยสิ่งเหล่านี้   อะไรที่ทำแล้วส่งผลให้สุขภาพผิวเสีย สิ่งที่ผู้หญิงเราไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งคือ การเข้านอนโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งจะทำให้ผิวหน้าของเรานั้นไม่ได้รับการผ่อนคลาย แต่เต็มไปด้วยเครื่องสำอาง ครีม และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนหน้าตลอดทั้งวัน ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทำแล้วส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวหน้าอันสวยงามของสาวๆ แน่นอน เนื่องจากอากาศในประเทศไทยของเรามีความแตกต่างกับบางประเทศ สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องการใช้ครีมบำรุงผิว ซึ่งทุกคนควรรู้สภาพผิวหน้าของตนเองว่าคุณมี ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวแพ้ง่าย แล้วเลือกใช้ครีมหรือเซรั่มที่บำรุงจุดบกพร่องของผิวเราอย่างเหมาะสม แต่หากสาวๆคนไหนที่ละเลยต่อสุขภาพผิวของตนเองแล้วละก็ แน่นอนว่าคุณจะพบว่าตัวเองนั้นมีปัญหาผิวก่อนวัยอันควร สาวสวยหลายคนมักจะอดห้ามใจไม่ได้กับการบีบสิว แกะสิว เจาะสิว ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวหน้าเกิดการบอบช้ำแล้ว ยังส่งผลให้ผิวหน้าของเรากลายเป็นแผลและตามมาด้วยรอยดำต่างๆ หรือหนักที่สุดคือสิวอักเสบมากไปกว่าเดิม รู้หรือไม่ว่าวันทั้งวันและในทุกเวลา มือของเราไปหยิบจับอะไรมาบ้าง มีสิ่งสกปรกมากมายซ่อนตัวอยู่ภายใต้เล็บของเราแค่ไหน สำหรับบางคนที่ชอบทาครีมหลังจากไปสัมผัสหรือหยิบจับอะไรมาก่อน ขอให้หยุดการกระทำนั้นตั้งแต่วันนี้ เพราะนอกจากจะไม่ได้บำรุงสุขภาพผิวอย่างถูกต้องแล้ว อาจจะได้แบคทีเรียเป็นของแถมแทนก็เป็นได้ ใครที่เชื่อว่าการทำความสะอาดผิวหน้าแรงๆ แล้วคิดว่าจะช่วยให้ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลามากยิ่งขึ้น บอกดังๆ ว่าคิดผิดอย่างแรง เพราะนอกจากผิวหน้าจะบอบบางแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย วันนี้ฝนตก ก็ไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดด ใครกำลังคิดแบบนี้หยุดเสียเถิดนะ แล้วลองคิดใหม่ว่าทันทีที่เราก้าวเท้าออกจากห้อง และจุดหมายปลายทางคือการนั่งทำงานแค่ในออฟฟิศ โปรดอย่าลืมว่ายังมีรังสีที่ออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และแสงไฟภายในออฟฟิศที่พร้อมจะทำลายผิวของคุณเช่นกัน… Read More หยุด ทำร้ายสุขภาพผิว ด้วยสิ่งเหล่านี้

สุขภาพ

วุ้นตาเสื่อม

คนเราทุกคนสามารถเป็นวุ้นตาเสื่อมได้ ยิ่งในปัจจุบันการเพ่งคอมพิวเตอร์มากๆ จะยิ่งทำให้วุ้นตาเสื่อมได้รวดเร็วขึ้น วุ้นตาเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากวุ้นตามีตะกอน ซึ่งอาจเป็นจุดเล็กหรือเป็นเส้น ทำให้เวลามองจะเห็นเป็นคราบคล้ายหยากไย่ สมัยก่อนส่วนมากจะพบในผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันพบว่าคนในวัยทำงานที่ต้องทำงานอยู่หน้าจอทั้งวันเป็นโรคนี้มากขึ้น จนสามารถเรียกได้ว่าโรค วุ้นตาเสื่อม เป็นโรค office Syndrome อีกโรคหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งจากการสำรวจในประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้แล้วกว่า 14 ล้านคน วุ้นตาเสื่อมมีสาเหตุจากอะไร น้ำวุ้นตาเสื่อมและหดตัว (Vitreous Syneresis) พบได้กว่า 50% ของคนอายุมากกว่า 70 ปี ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น ส่วนที่เป็นเส้นใยจะจับตัวกันหนาขึ้น ร่วมกับมีการหดตัวของน้ำวุ้นตาที่เหลือ จึงทำให้เส้นใยดังกล่าวมีขนาดใหญ่ และเห็นชัดขึ้น ลอยไปมา  ซึ่งเส้นใยเหล่านี้ หากเกิดขึ้นและลอยอยู่บริเวณขอบๆของดวงตา เจ้าตัวจะไม่มีอาการ แต่หากเส้นใยเหล่านี้มาอยู่บริเวณตรงกลางดวงตา ที่แสงผ่านเข้าจอตา เจ้าตัวจึงรู้ว่าเกิดอาการขึ้น ในภาวะปกติ น้ำวุ้นตานาบอยู่กับจอตาอย่างหลวมๆ แต่ส่วนหลังสุดที่อยู่รอบๆจาน /ขั้วประสาทตา (Optic disc) จะนาบแน่นกว่าบริเวณอื่น เมื่อน้ำวุ้นเสื่อม จะมีบางส่วนกลายเป็นน้ำใสๆ ส่วนที่หนืดเป็นใยรวมตัวกัน ดึงน้ำวุ้นที่เกาะที่ขั้วประสาทตาหลุดออกมา แล้วน้ำวุ้นที่ใสเป็นน้ำจะเข้าไปแทนที่ ทำให้เกิดภาวะที่เรียกกันว่า PVD (Posterior vitreous… Read More วุ้นตาเสื่อม