สุขภาพ

รักษาสุขภาพให้แข็งแรงสำหรับผู้สูงอายุ

               สำหรับผู้สูงอายุเป็นวัยที่ร่วงโรยทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป ร่างกายและสุขภาพของร่างกายก็เวื่อมสภาพทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคภัยไข้เจ็บหลายโรคพร้อมๆกันในระยะเวลาอันสั้นซึ่งมีความแตกต่างจากวัยหนุ่มสาวที่ยังคงมีการเสริมสร้าง บำรุงและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงกว่า ฉะนั้นผู้สูงอายุจะต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองอย่างสม่ำเสมอโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้                 ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 สัปดาห์ การออกกำลังกายเป็นประจำไม่ใช่เพียงแค่เด็ก วัยรุ่นหรือคนหนุ่มสาวเท่านั้นที่ควรรักษาสุภาพผู้สูงอายุก็มีความจำเป็นที่ต้องออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์เพราะการออกกำลังกายทำให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนส่วนต่างๆของร่างกายทำให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งานครบทุกส่วน แม้การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงเกิดบัติเหตุในระหว่างการอกกำลังกายไดด้ง่ายยกว่าทุกวัย แต่ถ้าหากการออกกำลังกายที่ถูกวิธีโดยการวอร์มอัพเพิ่มความอบอุ่น ยืนหยุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายและการวอร์มอัพหลังจากออกกำลังกายเสร็จทุกครั้งเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ต้องออกแรงออกกำลังกายประมาณ 10-15 นาทีก็จะสามารถลดโอกาสเสีนงในการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดในระหว่างการออกกำลังกาย                 บริโภคอาหารที่มีเส้นใยและมีประโยชน์ ในวัยสูงอายุจะมีระบบย่อยอาหาร ดูดซึมและนำไปใช้ในร่างกายน้อยกว่าคนวัยอื่นๆจึงต้องใส่ใจเกี่ยวกับความสามารถในการดูดซึมสารอาหารที่ทานเข้าไปด้วยการบริโภคอาหารในการสร้างการดูดซึมและซ่อมแซมระบบย่อยอาหารให้เป็นปกติอาหารที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ควรเลือกบริโภคก็คืออาหารประเภทธัญพืช ผักใบเขียวและผลไม้ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถย่อยสลายอาหารและนำไปใช้ในส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว                 หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นความเครียด สำหรับผู้สูงอายุแม้ว่าจะผ่านโลกมามากใช้ชีวิตหลากหลายรูปแบบทั้งผิดและถูก สามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆได้มากมายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุจะไม่เครียด จะทำให้สงผลกระทบต่อสุขภาพผู้สูงอายุเป็ฯอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ การเงิน การใช้ชีวิตสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้สุขภาพของผู้สูงอายุแย่ลงเป็นอย่างมาก เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็ควรจะต้องรู้จักหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด ไม่ว่าความเครียดจะมากหรือน้อยหากขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปในชีวิตได้จะดีที่สุด

สุขภาพ

ดูแลผิวไม่ให้เป็นฝ้า

หลายคนมักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องฝ้า  โดยพาะคนที่ออกแดดหรือมีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ เมื่อใบหนาเกิดฝ้าจะทำให้ผิวหน้าดำและไม่สวยทำให้สาวๆแต่งหน้าได้ยาก จึงต้องทำให้เราต้องดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฝ้าบนใบหน้า โดยการดูแลผิวไม่ให้เกิดฝ้า สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดหรือออกไปโดนแดดในช่วงเวลา 10.00-15.00 เนื่องจากแดดช่วงดังกล่าวจะมีความอันตรายมาก แต่ถ้าจำเป็นต้องโดนแดดควรทาครีมกันแดดที่มีค่า spf ค่อนข้างสูง โดยมีค่า spf มากกว่า 15 เป็นต้นไป หรืออาจจะเพิ่มเติมด้วยการกางร่ม สวมหมวกอย่างสม่ำเสมอ รักษาด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การใช้หัวผักกาดโดยเฉือนเป็นแว่นๆบางๆ ถูบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 5 นาที โดยทำต่อเนื่องเป็นเวลา 10 วัน ฝ้าก็จะค่อยๆจางหายไป นำไข่ขาวดิบ นำมาพอกที่เป็นฝ้าโดยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก ไข่ขาวจะทำหน้าที่ดูดสิ่งสกปรกออกไป ใช้ว่านหางจระเข้ โดยใช้เมือกของว่านหางจระเข้ทาโดยไม่ต้องล้างออก ทำประจำทุกวันเช้าและก่อนนอน ใช้ครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมของยาที่สามารถรักษาฝ้า เพื่อทำให้ฝ้าหลุดลอกออกไปและจะค่อยๆจางลง เมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการรบกวนผิว เมื่อผิวเกิดการอักเสบ จะกระตุ้นการเกิดสร้างเม็ดสีออกมามากผิดปกติ หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ หรือขัดถูผิวรุนแรง เลี่ยงการจับผิวหน้าโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี โดยจะสังเกตได้ว่ากระและฝ้าสีเข้มขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน หรือหลังตั้งครรภ์ได้ 4-5 เดือน จะเกิดสภาวะผิวหมอง และเป็นฝ้า… Read More ดูแลผิวไม่ให้เป็นฝ้า